การดูแลแมวที่ถูกวิธี

การดูแลแมวที่ถูกวิธี แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่กับคนมานานแล้ว หลายๆคนคงทราบดีว่าแมวเป็นสัตว์ ตระกูลเดียวกับเสือ ลองมองดูเจ้าเหมียวของคุณสิเหมือนเสือตัวน้อยๆเลยรึเปล่า แมวเนี่ยมี สัญชาติญาณในการล่าสูง เผลอแป็บเดียวเดี๋ยวก็คาบจิ้งจกมาให้เจ้านายสาวๆกรี๊ดเล่นซะแล้ว

แมวเป็นอย่างนี้ทุกตัวยกเว้นแมวที่อายุมาก เริ่มขี้เกียจขยับเนื้อขยับตัว ก็เหมือนคนเราแหละ จะทำอะไรรวดเร็วเหมือนหนุ่มๆสาวๆได้ยังไงล่ะ แมวแต่ละสายพันธุ์ก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน แต่ละตัวก็นิสัยไม่เหมือนกันอีก เช่นแมวเปอร์เซียมีความสุขกับการที่ได้อยู่ในบ้าน ถึงแม้ว่า บางทีจะมองเห็นแมวข้างนอก แต่ก็ไม่กระวนกระวายที่จะแอบหนีออกนอกบ้าน คงเพราะรู้ ว่าข้างนอกมันร้อนมั้ง แต่แมวไทยจะชอบสนุกสนาน วิ่งเล่นรอบบ้าน พอโตเป็นหนุ่ม เป็น สาวก็เริ่มไปไกลหูไกลตา ฮั่นแน่… ไปตรงกะใครรึเปล่า แมวเลี้ยงอยู่ในพื้นที่จำกัดได้ดี ถ้าใครอยู่คอนโดแต่อยากมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง ก็น่าจะเป็นแมว เพราะควาคุมเรื่องการ ขับถ่ายได้และเสียงไม่ดังรบกวนห้องข้างๆ การฝึกนิสัยแมวตั้งแต่เล็กก็จะมีส่วนทำให้นิสัย แมวเปลี่ยนไปได้ แมวไทยก็เลี้ยงอยู่แต่ในบ้านได้เหมือนกัน อยากรู้มั้ยล่ะว่าต้องฝึกยังไงต้อง ติดตาม

การเลือกแมวมาเลี้ยงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็มีคนถามถึงเยอะเหมือนกัน ว่าต้องเลือกแมว แบบไหนอย่างไร ก็แล้วเราต้องการแมวแบบไหนล่ะ ชอบแมวขนยาวหรือขนสั้น หน้าตาแบบ ไหน สวยระดับไหน ถ้าเป็นแมวที่ต้องเลือกซื้อ ก็ต้องเลือกที่แน่ใจได้ว่าพากลับมาบ้านแล้ว ไม่ตาย เสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก เดี๋ยวจะว่ากันในส่วนรายละเอียดอีกที ถ้าเป็นแมวที่ถูกยัด เยียดให้อันนี้ก็เลือกไม่ได้ล่ะ ถ้าเป็นแมวที่ไปรับอุปการะมาจากที่ต่างๆ ก็คงต้องเลือกเอาถูก ชะตาก่อนเป็นอันดับแรก นี่สำหรับกรณีที่เป็นแมวตัวแรก แต่ถ้าเป็นแมวตัวต่อๆไปก็ต้องดู สุขภาพ มอมแมมแค่ไหน ตาแฉะ ขี้มูกเขรอะ ผอม เดินไม่ตรงทาง สรุปได้ว่าโทรม อย่า พาเข้าบ้านเชียว เดี๋ยวจะพาแมวที่บ้านเข้าสู่สภาพเดียวกัน ทีนี้จะมาถึงแมวที่ต้องซื้อ ดูกัน ยาวหน่อยล่ะ ก่อนอื่นศึกษาเรื่องสายพันธุ์ที่ต้องการให้ดี แมวสวยค่าตัวก็สูงเป็นเรื่อง ธรรมดาซะแล้ว แบบไหนที่เรียกว่าสวย ก็ต้องตรงมาตรฐานพันธุ์นะสิ ทั้งแมวไทยทั้งแมว เทศ ศึกษาให้ดีก่อนอย่าใจร้อน จะได้ไม่ต้องซื้อแมวแพงเกินกว่าเหตุ ที่ว่าตรงตามมาตรฐาน คงจะหมายถึงระดับประกวดแหละ แต่ถ้าระดับเลี้ยงเล่นค่าตัวก็ไม่เท่าระดับประกวดแน่ แมวที่สุขภาพดีหรือไม่ให้ดูที่ตากับจมูกเป็นสำคัญ แมวที่เปิดตามองโลกได้กว้างเท่าที่จะเป็น คือไม่ทำหน้าเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา ดวงตาสดใส ไม่มีขี้ตาเขรอะ ดูเป็นแมวที่มีความ กระตือรือร้น จมูกไม่มี้ขี้มูกข้นๆ หรือว่าใส ให้ดูแค่จมูกชื้น ลองแตะดูก็ได้ จมูกแมวจะเย็นๆ แต่ไม่มีน้ำมูกติดมาด้วย ดูแมวที่ร่าเริงที่สุดในกลุ่ม ที่สนใจกับสิ่งรอบข้างไม่ซึมเป็นแมวง่วง อายุของแมวก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ต้องพิจารณา เนื่องจากหลายคนคิดว่าการเลี้ยงแมวต้องเลือก ที่อายุน้อยๆเข้าไว้ถึงจะดี ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย การเลือกแมวที่อายุน้อยมากๆ มักมีปัญหา เรื่องสุขภาพ เพราะบางทีลูกแมวอาจยังต้องการนมแม่อยู่ ยังกินอาหารอื่นไม่ได้ ยังกินอาหาร เม็ดไม่ได้ การปรับตัวเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินจะยังไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้แมวเติบโต อย่างไม่สมบูรณ์เต็มที่ ดังนั้นควรเลือกแมวที่กินอาหารเม็ดได้แล้วเป็นดี

การเลือกลูกแมวเข้าบ้านก็มาได้จากหลายแหล่งหลายที่ ถ้าเป็นแมวที่รับอุปการะมา ก็อาจมาจากวัด ตลาด ข้างถนน บ้านเพื่อน ฯลฯ ส่วนแหล่งซื้อล่ะ ที่เป็นที่รู้จักทั่วไปก็สวน จตุจักร แต่เคยทราบบ้างหรือเปล่าว่า นั่นล่ะแหล่งเชื้อโรคเหมือนกัน เพราะอะไรน่ะหรือ ถ้าใครได้ไปเดินก็คงนึกออกว่าอากาศที่นั่นอบอ้าวเหมาะแก่การเพาะเชื้อเป็นที่สุด อีกทั้ง สัตว์ก็มีอยู่หลายชนิดทั้งอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด แล้วใครรับรองได้ล่ะว่า สัตว์ทุกตัวใน นั้นปลอดโรค เมื่อคนที่ไปเดินชมหนึ่งคนจับต้องสัตว์ที่เป็นพาหะแล้วไปจับตัวอื่นๆต่อไป นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย บางครั้งอาจพบว่าตอนที่ซื้อแมวของคุณอาจ ดูดีแข็งแรง แต่ทำไมพอมาถึงบ้านได้ไม่นานก็ลาโลกไปซะแล้ว ที่บ้านก็เคยซื้อแมวจาก จตุจักรเหมือนกันแต่โชคดี แมวไม่เป็นอะไรเลย แต่พอเริ่มเลี้ยงมาได้ระยะหนึ่งก็เริ่มรู้ว่าจาก แหล่งนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ตอนนี้ถ้าถามว่ามีแมวระดับสวยมากมีขายอยู่ที่จตุจักรจะซื้อมั้ย คงต้องคิดหนักเลยล่ะ แหล่งต่อมาที่จะกล่าวถึง คือตามฟาร์มแมวต่างๆ ถ้าให้จัดอันดับ ก็คงอยู่ในกลุ่มที่น่าวางใจ แต่เท่าที่เคยได้เห็นมา (เกือบทุกฟาร์ม) แต่ละฟาร์มไม่เหมือนกัน บางที่ก็เลี้ยงแบบไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่บางที่ก็ดูดีสะอาดสะอ้าน คงต้องไปเลือกดูกันเอา เองว่าชอบแบบไหน คงบอกไม่ได้หรอกเดี๋ยวจะหาว่าลำเอียงไปทางใคร หรือจะเลือกดูจาก อีกแหล่งคือตามบ้าน ถ้าให้คิดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง (จริงๆนะ) เลี้ยงตามบ้านจะดูแลดีกว่า ฟาร์ม เหตุผลง่ายๆ เพราะโดยมากผู้เลี้ยงตามบ้านจะมีแมวน้อยกว่า ดูแลได้ทั่วถึงดีกว่า เลี้ยงเพราะใจรัก ดังนั้นเค้าจะไม่ปล่อยให้แมวตัวเองเป็นโรค หรือเป็นอะไรไปแน่ บางทีคุณอาจจะได้แมวที่สวยน่ารักสุขภาพดีในราคาที่ถูกกว่า แต่ถ้าเป็นแมวบ้านเจ้าของ บางคนเลือกคนซื้อด้วยซ้ำ เพราะเค้ากลัวว่าจะพาแมวเค้าไปตกระกำลำบาก บอกตามตรง เลยว่าแมวที่บ้านได้มาจากทุกแหล่งที่กล่าวมา ตระเวนดูอยู่หลายที่ บางทีกว่าจะได้แมว ตัวนึงหมดค่าน้ำมันรถมากกว่าค่าตัวแมวเสียอีก แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงประสบการณ์ ของคนคนหนึ่งเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในตัวคุณเองแล้วล่ะถือ เสนอว่าเล่าสู่กันฟัง ก็แล้วกัน

สถานที่เลี้ยงแมว

ถึงแม้ว่าแมวจะเป็นสัตว์บ้าน ชอบอยู่ในบ้านกับคน มีชีวิตสำรวยชอบนั่งบนเก้าอี้ที เบาะนุ่มๆ ก็ตาม แต่แมวก็ชอบวิ่งเล่นเหมือนกัน ดังนั้นผู้เลี้ยงแมวควรมีบ้านที่มีสนามกว้าง ขวางพอสมควรสำหรับให้แมววิ่งเล่นในท่ามกลางสายลมแสงแดดในตอนเช้า แมวมักชอบ นอนผึ่งแดด ถ้ามีต้นไม้เตี้ยๆให้ปีนเล่นมีผีเสื้อหรือแมลงปอบินฉวัดเฉวียนให้ไล่ตะครุบเล่น มีเขียดกระโดดไปมาที่ริมขอบสระให้จับเล่นบ้าง แมวจะแจ่มใสเป็นสุขเหมือนเด็กไร้เดียงสา

การฝึกแมว

การฝึกนิสัยขับถ่ายให้แมว
โดยปกติแมวจะเรียนรู้นิสัยการขับถ่ายจากแม่ของมันเอง โดยถ้าอยู่นอกบ้านก็จะ พยายามคุ้ยเศษฟางหรือเศษดินทรายมากลบอุจจาระของมันโดยธรรมชาติ เพราะแมว เป็น สัตว์ที่รักสะอาดอยู่แล้ว ถ้าอยู่ในบ้านเราก็แค่เตรียมถาดใส่ทรายที่สะอาดให้มัน โดยในครั้ง แรกๆ เมื่อเห็นมันกำลังถ่ายเลอะเทอะก็จับมันมาไว้ที่ถาดทราย สักพัก มันก็จะชิน คราวต่อไป มันก็จะมา ใช้บริการส้วมของมันเองได้โดยอัตโนมัติ

จะทำยังไงเมื่อแมวถ่ายไม่เป็นที่
ถ้าแมวไม่ยอมถ่ายในภาชนะที่เราเตรียมไว้ให้ ก็อาจเป็นเพราะว่าถาดนั้นเคยถูก ใช้มาแล้ว และไม่ได้รับการทำความสะอาดที่ดีพอ การลงโทษโดยตีมันแรงๆ หรือตวาดใส่ ไม่ได้ช่วยให้เกิดผลดีเลย กลับทำให้แมวไม่เข้าใจว่าเราตีมันทำไม นอกจากจะเป็นการทำให้ มันระแวงในตัวเจ้าของแล้ว คราวต่อไปมันก็ยังคงทำ เลอะเทอะเหมือนเดิม

การสอนให้แมวรู้จักชื่อของมัน

ถ้าเราตั้งชื่อที่เรียบง่ายและมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวให้ลูกแมวจะจำได้ดีกว่า ถ้ามีแมว อยู่ในบ้านหลายตัว เราไม่ควรตั้งชื่อที่มีเสียงคล้ายกัน เช่น คิตตี้ บิลลี่ ลิลลี่ สาลี่ มีมี่(นามสมมุติ) เพราะแมวแยกเสียงเหล่านี้ไม่ออก สุดท้ายก็กลายเป็นว่า ไม่ว่าจะเรียกชื่ออะไร ก็ไม่มีตัวไหนมาหาเราเลย เราต้องเรียกชื่อมันก่อนอาหาร แต่ละมื้อเพื่อให้เสียงเรียกชื่อนั้น สัมพันธ์ก ับรสชาติอาหารที่มันกำลังเอร็ดอร่อยอยู่ ในระยะต้นๆสัญชาติญาณ การอยากรู้ อยากเห็นของลูกแมวจะทำให้มันพร้อมจะตอบสนอง ต่อเสียงเรียก ซึ่งเราควรจะตอกย้ำให้ มากขึ้นด้วยการให้ความสนใจต่อมันทุกครั้งที่มันเข้ามาหา

อาหารแมว

อาหารสด

อาหารยอดฮิตได้แก่ ปลาทูนึ่ง ไก่ย่าง(โดยเฉพาะตับไก่แมวจะชอบมากแต่ต้องระวัง พยาธิ) แมวไม่ชอบข้าวที่แฉะเพราะจะติดฟันและเขี้ยวของมัน

อาหารแห้งสำเร็จรูป

การให้อาหารแห้งแมวต้องไม่ลืมที่จะเตรียมน้ำไว้ให้มันเสมอ แมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้าง เลีอกกิน ดังนั้นอาหารที่ให้มันกินต้องมีกลิ่นหอม(สำหรับมัน)ไม่ว่าจะเป็น อาหารสด หรือ อาหารแห้ง ยิ่งถ้าเป็นอาหารแห้งควรเทให้มันครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ เพราะถ้าเททิ้งไว้นานๆ กลิ่นหอมจะหายหมด และในที่สุดอาหารเหล่านั้นก็กลายเป็น อาหารของหนูและแมลงสาป แทน ถ้าเป็นไปได้ควรให้อาหารสดสลับกับอาหารแห้งแก่แมว เพราะบางครั้งมันอาจจะเบื่อ อาหารที่จำเจถ้าเราอยากเอาใจมันก็น่าจะลอง สับเปลี่ยนชนิดอาหารให้มันบ้าง

การรักษาความสะอาดแมว

การแปรงขน

การแปรงขนหรือหวีขนให้แมวมีหลักการเหมือนกับสุนัข คือ เป็นการกระตุ้น ให้มีการไหล เวียน ของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้นทำให้ผิวหนังดีขึ้น ทำให้ผิวหนังและเส้นขน มีสุขภาพสมบูรณ์ ขนจะสะอาดเป็นเงางามและเป็นการกำจัดรังแค รวมทั้งสิ่งสกปรกอื่นๆ เช่น เศษขน ซึ่งปกติขนจะร่วงหลุดเองทุกวัน ขนเหล่านี้จะจับตัวเป็นกลุ่มก้อนทำให้ขาด ความสวยงาม การแปรงขนจึงเป็นการกำจัดเศษขนเหล่านี้ออกไป
การแปรงขนให้แมวควรทำทุกๆวัน โดยใช้แปรงที่มีความห่างและความยาวของ ซี่พอเหมาะกับลักษณะขนของแมว การแปรงขนต้องแปรงให้ทิศทางตามเส้นขนลงไปเสมอ อย่าแปรงทวนเส้นขนขึ้นมาไม่เช่นนั้นขนจะพันกันและหลุด ควรแปรงเบาๆช้าๆ หากต้อง การให้ขนเป็นเงางามยิ่งขึ้นให้ใช้ผ้าต่วนหรือผ้าไหมเช็ดหลังจากการแปรง
การแปรงขนเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพและความสวยงามของแมว รวมทั้งไม่ต้อง อาบน้ำให้แมวบ่อยครั้งด้วย

การอาบน้ำ
แมวก็เช่นเดียวกับสุนัข คือ มีต่อมไขมันซึ่งให้น้ำมันหล่อเลี้ยงขนให้เกิดความชุ่มชื้น เป็นมัน การอาบน้ำให้แมวบ่อยๆ จะทำให้น้ำมันนี้หมดไป ขนจะดูแห้งและเป็นขุยสะเก็ด หลุดร่วงง่าย นอกจากนี้อาจทำให้แมวเป็นหวัดหรือปอดบวมได้อีกด้วย ปกติแมวจะเลียขน ทำความสะอาดร่างกายตัวเองเป็นประจำ เมื่อรวมกับการแปรงขนให้แมวทุกๆวัน อย่าง สม่ำเสมอ ก็จะช่วยรักษาความสะอาดและความสวยงามของแมวไว้ได้นานพอสมควร
แต่ถ้าเห็นว่าแมวสกปรกก็ควรอาบน้ำให้แมวบ้าง หรืออากำหนดไว้สักสองสัปดาห์ ต่อหน โดยเลือกวันที่แดดออก อากาศปลอดโปร่งน้ำอาบควรใช้น้ำอุ่นแล้วฟอกด้วย สบู่หรือ แชมพูอย่างอ่อน หรือสบู่ที่ใช้สำหรับสุนัขหรือแมว โดยเฉพาะการฟอกต้องฟอกให้ทั่วตัว ระวังไม่ให้น้ำหรือสบู่เข้าตา หู จมูกของแมว เสร็จแล้วล้างสบู่ออกให้หมด เพราะแมวมัก ใช้ลิ้นเลียตามหัวหากยังมีแชมพูค้างอยู่ก็อาจเป็นอันตรายต่อแมวได้ เมื่ออาบน้ำแล้วต้อง รีบเช็ดตัวให้แห้งสนิทโดยเร็ว

การดูแล

-ลูกแมวอายุตั้งแต่ 1-3 เดือน ให้อาหารกระป๋อง 3 มื้อ อาหารเม็ด ตั้งไว้ตลอด พร้อมน้ำสะอาด (เสริมนมจืด ให้มื้อเย็นนิดหน่อย) ห้าม! เติมนมให้มาก เพราะอาจทำให้ แมวถ่ายเหลวได้

-อาบน้ำให้เดือนละครั้ง หรือ 2 อาทิตย์ครั้ง ก่อนอาบน้ำควรเช็ดและทำความสะอาดหู และหน้าตาทุกครั้ง

-ถ่ายพยาธิ เดือนละครั้ง

-แปรงขนให้ทุกวันหรือหากไม่ค่อยมีเวลา อาจทำ 2-3 วันครั้ง และเช็ดทำความ สะอาดหูและตาด้วย

-ควรป้อนยาระบายขนให้ด้วย อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

-เปลี่ยนทรายแมวทุก 2-3 วัน หรือทุกวันก็ได้ และควรล้างกะบะทรายด้วยทุกครั้ง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค

-หากแมวเป็นโรคผิวหนัง ให้อาบน้ำด้วยแชมพูรักษาผิวหนัง อาบอาทิตย์ละครั้ง เน้นบริเวณที่เป็น อาบประมาณ 3-4 อาทิตย์ ขนบริเวณที่เป็น